JOURNAL
The essence of holistic wellness is the harmony between the body, mind and soul.

ข้ามพ้นกรอบทางเพศ กับศิลปิน LGBTQIA+ คุณนรภัทร ศักดิ์อาธรทรัพย์

pride month 2021
 

มิถุนายน หรือ Pride Month เดือนแห่งสีสันและความภาคภูมิใจที่ชาว LGBTQIA+ ได้เปล่งประกาย ผ่านการแสดงพลังของตัวเอง เพื่อให้สายตาของคนทั้งโลกได้ประจักษ์ถึงความงดงามและอัตลักษณ์ของกลุ่มคนหลากหลายทางเพศ

คุณนรภัทร ศักดิ์อาธรทรัพย์ ศิลปิน LGBTQIA+ ชาวไทย ผู้นำเสนอความหลากหลายทางเพศผ่านศิลปะการจัดวางดอกไม้ ภายใต้สภาพสังคมที่มีความจำกัดและตีกรอบเรื่องของเพศสภาพ โดยคุณนรภัทรได้เลือกดอกไม้เป็นสื่อกลางเพื่อสื่อสารผ่านภาพถ่าย เป็นความท้าทายของการแสดงจุดยืนที่มีพลัง เพื่อให้ทุกคนได้สัมผัสถึงเรื่องราวของ LGBTQIA+ ในด้านที่อ่อนโยนและสวยงาม เป็นอีกหนึ่งมุมมองในการก้าวข้ามผ่านขีดจำกัดทางเพศได้อย่างมีเอกลักษณ์

ปัญญ์ปุริได้รับเกียรติพูดคุยกับคุณนรภัทร ถึงแรงบันดาลใจ แนวคิด ผ่านสายตาของศิลปินชาวไทย ที่เป็นหนึ่งกระบอกเสียงให้กับ LGBTQIA+

 

INSPIRATION

อะไรคือแรงบันดาลใจ ในการเลือกดอกไม้เป็นสื่อกลางผ่านงานศิลปะของคุณ

ดอกไม้เป็นสิ่งที่ผมรักมาตั้งแต่เด็ก ในอัลบั้มรูปถ่ายตอนเด็ก จะมีแต่รูปตัวผมเองกำลังดมดอกกุหลาบต้นเตี้ย ๆ โน้มกิ่งดอกทานตะวันมาเป็นมงกุฎ หรือแม้แต่ภาพตัวเองเอาดอกลีลาวดีมาแนบไว้ที่แก้ม ทำให้ความทรงจำในวัยเด็กของผมมีแต่การจดจำชื่อ สี และกลิ่นของดอกไม้มาโดยตลอด ผมจำได้ว่าช่วงประมาณประถม ผมเก็บดอกไม้หลากหลายชนิดนำมามัดกับหนังยางแล้วรัดไปที่จุกผมบนศีรษะของตัวเอง แล้วผมก็เดินไปรอบ ๆ บ้านทั้งแบบนั้น ในความทรงจำนั้นทำให้ผมนึกได้ว่านอกจากดอกไม้จะเป็นสิ่งที่เติบโตมากับผมแล้ว ดอกไม้ยังเป็นหนึ่งในสิ่งที่ช่วยให้ผมได้ค้นหาตัวตนและเพศสภาพของตัวเอง สำหรับผมแล้วดอกไม้จึงไม่ใช่แค่ดอกไม้ แต่กลับเป็นสิ่งสำคัญที่ช่วยเก็บรักษาความทรงจำในวัยเด็ก และแสดงให้เห็นถึงตัวตนที่แท้จริงของผม ที่แม้จุดหนึ่งสังคมอาจจำกัดเราเอาไว้ แต่ ณ เวลานี้ดอกไม้คือสิ่งสำคัญที่ทำให้ผมกล้าเป็นตัวของตัวเอง ในวันที่ผมพร้อมจริง ๆ เช่นเดียวกันกับดอกไม้ที่พร้อมจะเบ่งบานในฤดูกาลที่เหมาะสม

อะไรคือสิ่งที่สร้างแรงบันดาลใจให้กับคุณในการสร้างงานศิลปะขึ้นมาทุกชิ้น

"ศิลปะ" คือหนึ่งในกระบวนการสำคัญที่สุดสำหรับผม ในวัยเด็กผมมีปมมากมายที่ไม่สามารถย้อนเวลากลับไปคลายปมเหล่านั้นได้ ไม่ว่าจะเป็นเรื่องของการถูกถามว่าเป็นเกย์หรือไม่ การที่เพื่อน ๆ คอยล้อเลียนเพียงเพราะเราชอบเล่นตุ๊กตาบาร์บี้ การล้อเลียนในวัยเด็กเหล่านี้ทำให้ผมพยายามปกปิดเพศสภาพของตัวเองมาโดยตลอด ผมกลัวเพื่อนจะไม่คบ กลัวเพื่อนจะเอาเพศสภาพของตัวผมเองไปพูดเป็นเรื่องตลกและล้อเลียน ยังไม่รวมไปถึงช่วงเวลาที่ครูที่ปรึกษามาเยี่ยมบ้านแล้วพยายามแจ้งผู้ปกครองถึงพฤติกรรมของผมที่แสดงให้เห็นถึงรูปแบบของบุคคลที่มีความหลากหลายทางเพศ ปมต่าง ๆ เหล่านี้มันขมวดแน่นมากจนผมต้องเลือกที่จะโกหกผู้คนตลอดเวลาว่าตัวเองไม่ได้เป็นเกย์จนถึงตอนที่เรียนจบมหาวิทยาลัย การทำงานศิลปะของผมจึงเป็นการเอาปมที่โหดร้ายในอดีตมาคลี่คลายและสร้างออกมาเป็นงานศิลปะ นอกจากมันจะช่วยเยียวยาสภาพจิตใจของผมแล้ว มันยังเป็นตัวกลางที่ทำให้ผู้คนที่มีปมคล้ายกันกับผม ได้ทราบว่าตัวเขาไม่ได้เผชิญปัญหานี้อยู่คนเดียว แต่เขายังมีผมและคนอื่นที่จะมาช่วยคลายปมเหล่านี้ไปพร้อมกัน ดังนั้นถ้าถามว่าอะไรที่เป็นแรงบันดาลใจให้กับผม คงเป็น "งานศิลปะ" ที่ช่วยให้ผมต่อสู้กับความทรงจำอันโหดร้าย และปมต่าง ๆ ในอดีตได้เพื่อให้ผมมีชีวิตต่อไปได้อย่างทุกวันนี้

 

CHALLENGES

ความท้าทายในฐานะศิลปิน LGBTQIA+ ในประเทศไทย

ช่วงที่เรียนมหาวิทยาลัยผมได้รู้ว่า ศิลปะนอกจากการรังสรรค์สิ่งที่สวยงามออกมาได้แล้ว ยังสามารถช่วยบำบัดความรู้สึกให้กับตัวศิลปินด้วย จุดเริ่มต้นการทำงานศิลปะของผม เริ่มจากการพยายามยอมรับการเป็นตัวของตัวเอง หรือความกล้าที่จะบอกผู้คนว่าผมเป็นเกย์อย่างไม่ต้องหลบซ่อน ในช่วงที่ผมทำงานชุด "Gushing out my confession" ผมอยากเปิดเผยตัวตนของผมกับเพื่อน ๆ ในที่ทำงานใหม่ จึงเลือกบอกพี่คนหนึ่งในออฟฟิศว่าผมเป็นเพศอะไร ที่น่าเศร้าคือ พอเช้าวันรุ่งขึ้นพี่คนนั้นเอาเรื่องราวของผมไปเล่าให้กับคนอื่นอย่างสนุกปาก และมองเรื่องของเราเป็นเรื่องสนุกสนาน สภาพจิตใจของผมพังทลายลง และกระบวนการเยียวยาสภาพจิตใจก็เริ่มต้นขึ้นจากงานชุดนี้ เป็นเวลา 1 ปี ที่ผมได้เจอคนที่ผมรักไม่ว่าจะเป็นเพื่อนสนิท อาจารย์ที่เราเคารพ การทำงานภาพถ่ายชุดนี้ คือการเอาศิลปะมาเป็นตัวกลางในการสร้างพื้นที่ให้เราได้กลับมาเจอพวกเขาเหล่านี้ และช่วงเวลาที่เราเอาดอกไม้ไปจัดวางตามตัวเขาไปจนถึงตอนที่เราลั่นชัตเตอร์ มันคือช่วงเวลาที่เราได้มีปฏิสัมพันธ์และสร้างบทสนทนาร่วมกันอีกครั้ง ผมมีโอกาสบอกเล่าตัวตนที่แท้จริงของผมกับเพื่อน ๆ ผ่านการทำงานศิลปะจากงานชุดนี้ มันจึงทำให้ผมได้รู้ว่าความท้าทายที่เกิดขึ้นสำหรับผมคือการยอมรับตัวของตัวเองได้อย่างน่าภูมิใจ โดยไม่ต้องสนว่าสังคมจะพยายามตีกรอบเรื่องของเพศสภาพเอาไว้เช่นใด

อะไรที่ทำให้คุณก้าวผ่านความท้าทายนั้นไปได้

การต่อสู้เพื่อยอมรับตัวตนที่แท้จริงของตัวเอง สำหรับผมแล้วมันไม่ใช่เรื่องที่จะเกิดขึ้นทันทีทันใด ผมเป็นหนึ่งคนที่ใช้เวลาหลาย 10 ปี กว่าจะกล้าที่จะ Come out ว่าเราเป็นผู้ที่มีความหลากหลายทางเพศ มนุษย์ทุกคนมีสิทธิ์ที่จะบอกว่าตัวเองเป็นเพศอะไร และสังคมไม่มีสิทธิ์ไปเร่งเร้าให้เขาออกมาพูด เรื่องเพศสภาพเป็นเรื่องที่ส่วนตัว และการตั้งคำถามเรื่องเพศสภาพมันไม่ควรเกิดขึ้นกับใคร ผมใช้เวลาสร้างงานศิลปะตั้งแต่ปี 2015 จนถึงปัจจุบันที่ผมกล้าพูดได้อย่างเต็มปากว่าตัวเองเป็นเพศอะไร ดังนั้นการยอมรับตัวตนที่แท้จริงของตัวเองมันจึงเป็นสิ่งที่เกิดขึ้นเมื่อเราพร้อมจะพูด และไม่ควรถูกล้อเลียน หากการแบ่งแยกเพศสภาพหมดไป คนเราจะไม่ตั้งคำถามเหล่านี้กับมนุษย์ด้วยกัน และผมยังหวังว่าการเป็นตัวของตัวเองจะไม่ต้องเป็นสิ่งที่ท้าทายและก้าวข้ามผ่านไปให้ได้อีกด้วย

 

VISION

สิ่งที่คาดหวังมากที่สุดในงานศิลปะของคุณ

ผมหวังว่าวันหนึ่งงานศิลปะที่ผมสร้างเอาไว้ จะเป็นตัวกลางและทำให้การถามคำถามเกี่ยวกับเพศสภาพหมดไป วันที่ผู้คนสามารถพูดออกมาได้อย่างภาคภูมิใจว่าตัวเองเป็นเพศอะไรได้โดยที่สังคมไม่พยายามมาบีบบังคับ วันที่มนุษย์ทุกคนสามารถหยิบใช้สิ่งของสีม่วงได้โดยไม่ถูกล้อเลียนเรื่องเพศสภาพ หรือแม้แต่วันที่เพศทุกเพศมีสิทธิในการดำรงชีพได้อย่างเท่าเทียมกัน

เพราะอะไร

เพื่อทำให้ผู้คนสามารถเป็นตัวของตัวเองได้อย่างภาคภูมิใจ และไม่จำเป็นต้องหลบซ่อนมันเอาไว้เป็นสิบปีอย่างที่ตัวผมเคยเผชิญ

ติดตามบทสัมภาษณ์ของคุณนรภัทรได้ที่ instagram ของปัญญ์ปุริ

Website:  http://www.naraphatsakarthornsap.com
Instagram: @naraphat_s

แชร์